รีวิว “Rigging for the Entertainment Industry” ครั้งที่ 2

บทความ หลักสูตร

คำว่า Rigger ที่หลายคนเข้าใจกันในบ้านเรา มักหมายถึงผู้ที่สามารถใช้อุปกรณ์ PPE และ Harness สำหรับการทำงานบนที่สูงได้ หรือมีใบรับรองการทำงานบนที่สูงก็เพียงพอ แต่ในมาตรฐานสากล การเป็น Rigger ในการทำงานแขวนโครงสร้างเพื่อติดตั้งระบบแสง เสียง ภาพและเวที ในอุตสาหกรรมบันเทิง จำเป็นต้องมีทักษะและองค์ความรู้เฉพาะทางอีกมากมาย

 

ระหว่างวันที่ 18–24 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท Lightsource Group จำกัด (มหาชน) ได้จัดการอบรมภายใน หลักสูตร 3-Day Rigging for the Entertainment Industry  โดยเชิญ Chris Higgs (Christopher John Higgs) จาก Total Training ในเครือ Total Solutions Group สถาบันฝึกอบรมชั้นนำของสหราชอาณาจักร ซึ่งมีประสบการณ์จัดหลักสูตรนี้มาตั้งแต่ปี 1998 และดำเนินการอบรมมาแล้วมากกว่า 600 ครั้ง มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และเสริมสร้างทักษะด้านงานแขวนโครงสร้างสำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงตามมาตรฐานสากล พร้อมรับรองผลการผ่านการอบรมให้แก่ผู้เข้าร่วมทุกคน 

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่เราเชิญวิทยากรท่านนี้มาถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมงานไลท์ซอร์ส โดยเนื้อหายังคงเข้มข้นเช่นเดียวกับการอบรมครั้งก่อนในปี คศ. 2019

Chris ได้กล่าวถึงผู้เข้าอบรมของเราว่า ทีม Rigger ของไลท์ซอร์สมีทักษะภาคปฏิบัติที่ดีมาก แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีระบบการเรียนการสอนและการเทียบคุณวุฒิด้านนี้อย่างเป็นทางการ แต่อาจเทียบเคียงได้กับ Rigger ระดับ 2 ของประเทศอังกฤษ ทั้งนี้เป็นผลมาจากประสบการณ์การทำงานของ Lightsource ร่วมกับ Tour Concert Production จากต่างประเทศมาอย่างยาวนาน และสามารถนำองค์ความรู้และการนำความรู้ที่สั่งสมมาปรับใช้กับงานจริงได้อย่างดี

“KNOW WHY”  คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ Chris ต้องการถ่ายทอดให้กับทีม Rigger ของเรา กล่าวคือ แม้วิธีปฏิบัติงานต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะถูกต้อง   ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้อุปกรณ์ ขั้นตอนการแขวนรอก ทำ Basket  การแขวนตรงบีม ( Dead Hang ) หรือแขวนโยงสองทางเพื่อสร้างจุดแขวนระหว่างบีม ( Bridle )  การใช้เชือกและปมเชือก และการ Mark Floor แต่ความถูกต้องนี้ไม่ควรเป็นเพราะว่า “จำกันมา”  ผู้ปฏิบัติงานควรเข้าใจถึง “เหตุผล” ว่าทำไมจึงต้องทำเช่นนั้น  แนวคิดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน Rigging ในระดับสากล เพราะความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการจดจำขั้นตอนการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจในหลักการที่อยู่เบื้องหลังทุกการตัดสินใจ เมื่อผู้ปฏิบัติงานเข้าใจว่าแรงต่าง ๆ ส่งผลต่ออุปกรณ์และโครงสร้างอย่างไร เข้าใจข้อจำกัดของอุปกรณ์แต่ละประเภท รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละสถานการณ์ ก็จะสามารถวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม้ต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างผู้ที่ “ทำตามขั้นตอน” กับผู้ที่ “เข้าใจงาน Rigging อย่างแท้จริง”

 

ตลอดการอบรม อาจารย์ได้อธิบายผ่านทั้งภาคทฤษฎีและการสาธิตเปรียบเทียบระหว่างวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ของวิธีที่ถูกต้องและวิธีที่อาจก่อให้เกิดปัญหา พร้อมทั้งแบ่งปันเทคนิคที่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสรีระและสภาพแวดล้อมการทำงานของตนเอง

ในส่วนของภาคทฤษฎี จะเน้นการอธิบายเรื่องแรงที่กระทำต่ออุปกรณ์และโครงสร้างต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง รวมถึงทุกขั้นตอนของการทำงาน เพื่อให้สามารถวางแผน Rigging ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดแรง ประหยัดเวลา และมีความปลอดภัยสูงสุด

เนื้อหาหลักสูตรในการอบรมครั้งนี้ได้แก่

ภาคทฤษฎี (Theory) 1 วัน

  • แบบทดสอบปรนัยเบื้องต้น (Multiple Choice Pre-Quiz)
  • หลักการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment Principles)
  • แผนการยกและวิธีการปฏิบัติงาน (Lifting Plans and Method Statements)
  • พื้นฐานการยก — ค่าความปลอดภัย, WLL, SWL, (Lifting Fundamentals)
  • วิทยาศาสตร์การยก — คาน รอก และมุมการยก (Lifting Science: Beams, Pulleys)
  • การหยุดการตกและอันตรายจากการใช้ทรัสส์เป็นจุดยึด (Fall Arrest)
  • การตรวจสอบอุปกรณ์ PPE ก่อนใช้งาน (Basic PPE Pre-Use Checks)
  • การใช้สายรัด หมวกนิรภัย อุปกรณ์จัดตำแหน่ง และสายกันตก (Harness, Helmet, Work Positioning & Restraint Lanyards)  
  • การใช้ Anchor Sling  และ Energy Absorbing Lanyards

ภาคปฏิบัติ (Practical) 2 วัน

  • เชือกและการผูกปม รวมถึง Bowline และ Clove Hitch (Ropework and Knots)
  • Open Basket และ Choke ด้วย Rigging Steel และ Roundsling
  • การกำหนดจุดติดตั้งจาก Plot โดยใช้พิกัดเมตริก (Marking Out Points)
  • การตรวจสอบสลิงเส้นใย (Spanset) สลิงลวด โซ่ (Steel Chain) แหวน และ Shackle ก่อนใช้งาน (Pre-Use Checks)
  • การแขวน Chain Hoist ด้วย Basket, Choke และ Bridle
  • การเปิดและใช้งาน Electric Chain Hoist (Powering Up and Running)
  • การประกอบและ Sling ทรัสส์ (Assembly and Slinging of Trusses)
  • Checklist ก่อนยกโครงสร้างขึ้นจากพื้น (Checklist Prior to Lifting Structures)
  • การยกด้วย Electric Chain Hoist (Lifting with Electric Chain Hoists)
  • การรื้อถอน (De-Rig) การบรรจุ และการจัดเก็บอุปกรณ์ (De-Rigging, Packing and Storing Equipment)
  • แบบทดสอบปรนัยหลังเรียนและสรุปท้ายหลักสูตร (Repeat of Multiple Choice Quiz)

แม้ว่าหลักสูตร Rigging for the Entertainment Industry จากประเทศอังกฤษนี้ จะไม่สามารถทำให้ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกอบวิชาชีพ Rigger ในประเทศอังกฤษได้ เนื่องจากอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและกฎหมายที่แตกต่างกัน อีกทั้งประเทศไทยยังไม่มีระบบการรับรองวิชาชีพดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังขาดความรู้ความเข้าใจและการตระหนักถึงความสำคัญของศาสตร์แขนงนี้อย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม การที่เราได้เล็งเห็นความสำคัญของการทำงานตามมาตรฐานสากล และให้การสนับสนุนการอบรมในลักษณะนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Rigging สำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย และหวังว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นสารตั้งต้นในการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และระบบรับรองผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ร่วมกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิชาการด้านวิศวกรรม สถานที่จัดงาน และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการติดตั้งโครงสร้างสำหรับงานคอนเสิร์ต อีเวนต์ และงานเวทีของประเทศไทย ให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศต่อไปในอนาคต

การอบรมในครั้งนี้ นอกจากจาก Lightsource ซึ่งเป็นผู้จัดหลักแล้วแล้ว ยังมีบริษัทชั้นนำ คือ ครีเอทีฟ ร็อค  มีเดียวิชัน และ บ้านริก ส่งตัวแทนเข้าร่วมอีกด้วย

ขอขอบคุณ  วรายุทธ เจนดาราการ ผู้จัดการแผนกวิศวกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์  แผนกวิศวกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จากไลท์ซอร์ส ที่นอกจาจะแปลแล้ว ยังได้ใช้ความรู้ทางวิศวกรรม และประสบการณ์การทำงานมาอธิบายเสริมให้เห็นภาพทำให้เรื่องฟิสิกส์ยากๆเป็นเรื่องง่ายๆ